ค่ายยุววิศวกรบพิธ
๖๕

ค่ายยุววิศวกรบพิธ

ค่ายยุววิศวกรบพิธเป็นค่ายอาสาพัฒนาของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีความสืบเนื่องมาจากโครงการค่ายอาสาพัฒนาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมของนิสิตชมรมอาสาพัฒนา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๒ เนื่องจากได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นทางภาคใต้ ทำให้ทางสัญจรหลายสายชำรุดและขาดช่วง การลำเลียงพืชผลเป็นไปอย่างยากลำบาก ทางนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้ประชุมหารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ประกอบกับเห็นว่าการสร้างหรือซ่อมแซมถนนเป็นงานด้านการช่าง ซึ่งพอจะช่วยเหลือได้ จึงได้ออกเดินทางสำรวจเส้นทางในแถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้พบเส้นทางสายหนึ่งในนิคมสร้างตนเองตำบลอ่าวน้อย ซึ่งเดิมทีทางสายนี้ได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงผลิตผลทางการเกษตรของราษฎรในนิคมเพื่อออกสู่ตลาดภายนอก แต่ผลจากอุทกภัยได้ทำให้ทางขาด การขนส่งเป็นไปอย่างยากลำบาก นิสิตเหล่านี้จึงได้ตกลงสร้างสะพานไม้ถาวรขึ้นที่นี่ โดยใช้แบบสะพานจากกรมทางหลวง ในด้านเงินงบประมาณนั้นส่วนหนึ่งได้จากทางคณะ ซึ่งไม่เพียงพอในการดำเนินการ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้ร่างหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกิดขึ้น พระองค์ท่านจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่นิสิตเพื่อใช้ในโครงการนี้พร้อมกันนี้ยังทรงมีพระราชกระแสรับสั่งมายังนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกคน มีใจความสั้นๆ ว่า “จงทำตนให้เป็นผู้ใหญ่ และรอบคอบ ทำอะไรอย่าให้บานปลาย” จากนั้นนิสิตจึงได้เริ่มดำเนินการสร้างสะพานไม้ถาวรขึ้น นับเป็นผลงานชิ้นแรกของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์และโครงการอาสาพัฒนาเช่นนี้ก็ได้ดำเนินสืบต่อเนื่องมา

นาม “ยุววิศวกรบพิธ” ได้เกิดขึ้นใน พ.ศ.๒๕๑๔ เนื่องจากเป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่สะพานแขวนที่ชมรมอาสาพัฒนาได้สร้างขึ้นระหว่างการออกค่ายภาคฤดูร้อน ณ บ้านม่วงชุม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
สะพานแขวนนี้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านจึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริต่อมายังนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อชมรมอาสาพัฒนาสร้างสะพานเสร็จ จึงได้พระราชทานนามว่า “สะพานยุววิศวกรบพิธ” และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ องคมนตรี มาประกอบพิธีเปิดสะพานแห่งนี้ ในปีต่อๆ มาก็ได้พระราชทานนาม “ยุววิศวกรบพิธ” แก่สิ่งก่อสร้างที่ชมรมอาสาพัฒนาได้สร้างขึ้น เพื่อเป็นสาธารณสมบัติในท้องที่ทุรกันดาร ตามที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน และเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ ได้พระราชทานนาม “ยุววิศวกรบพิธ ๕” แก่ฝายน้ำล้นที่สร้างขึ้นที่บ้านโห้ง ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิด “ฝายน้ำล้นยุววิศวกรบพิธ ๕” ด้วยพระองค์เอง ในโอกาสนี้ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณาจารย์และนิสิตได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่บรรดาอาจารย์และนิสิตเป็นล้นพ้น ชมรมอาสาพัฒนาของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้จัดให้มีโครงการค่ายอาสาพัฒนาเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้จัดสร้างสิ่งก่อสร้างถาวรในท้องที่ทุรกันดารให้เป็นสาธารณสมบัติเพื่อประโยชน์ของชาวท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งสะพานไม้ถาวร สะพานคอนกรีต ฝายน้ำล้น และอาคารเรียน เป็นต้น

จากผลการสำรวจและประเมินผล ปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของชมรมอาสาพัฒนานี้ยังคงอำนวยประโยชน์แก่ท้องถิ่นนั้นๆ ได้อย่างดี ได้ช่วยสร้างความเจริญและการกินดีอยู่ดีแก่ชาวบ้านไม่น้อย โครงการค่ายอาสาพัฒนาแต่ละปีเป็นงานหนักและท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่การสำรวจเพื่อคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ การกำหนดลักษณะสิ่งก่อสร้างการออกแบบ การรณรงค์จัดหาทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการ ตลอดจนการบริหารงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา
นอกจากนี้จะต้องประสานกับชาวบ้านเพื่ออยู่ร่วมกันในระหว่างออกค่าย ซึ่งกลุ่มนิสิตผู้ร่วมงานก็ได้ปฏิบัติงานอย่างอุทิศตนด้วยความเสียสละอย่างน่าชมเชย

กลับหน้าหลัก